ข้อมูลของฉัน

รูปภาพของฉัน
นางสาวสุธิพร ผมปัน รหัสนักศึกษา 51031390186 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

คอมพิวเตอร์ซินโดรม คุกคามเด็กไทยยุคออนไลน์


          29 ก.ค. - จักษุแพทย์ เผยโรค "คอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม" กำลังคุกคามเด็กไทยยุคสังคมออนไลน์ ขณะนี้พบเด็กวัย 10-15 ปี มีปัญหาสายตาสั้นมากที่สุด เหตุเพราะเพ่งจอคอมฯ มือถือ แท็บเล็ตนาน แนะวิธีถนอมสายตา ควรปรับความสว่างให้มีความพอดี ไม่ใช้พื้นสีหน้าจอเข้มตัวหนังสือสีขาวหรือสีอ่อน จอแท็บเล็ตควรอยู่ห่างสายตา 1-2 ฟุต เด็กที่มีปัญหาสายตาผิดปกติอยู่แล้ว ไม่ควรเล่นเกินวันละ 1 ชั่วโมง
นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า มีความเป็นห่วงสุขภาพเด็กไทยในโลกยุคดิจิตอล ซึ่งอินเทอร์เน็ตถือว่าเป็นสื่อที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มหลักในการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต เพราะสามารถเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้จากทุกมุมโลก พฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บเล็ต เป็นเวลานานของเด็กในปัจจุบัน นอกจากจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย คือกล้ามเนื้อหลัง ไหล่ คอตึง ทำให้มีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดศีรษะแล้ว ยังส่งปัญหาด้านสังคม ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในตอนนี้คือ พฤติกรรมของเด็กที่จะไม่มีใครสบตากับใคร เพราะต่างคนต่างอยู่ในโลกส่วนตัว จะหยิบโทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ตขึ้นมานั่งเล่นโดยไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว ขาดการสื่อสารกับคนในครอบครัว และคนรอบข้าง รวมถึงความก้าวร้าว หุนหันพลันแล่น รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากการเล่นเกมส์เพราะต้องการเอาชนะให้ได้
นพ.ฐาปนวงศ์ กล่าวต่อว่า ประการสำคัญ การใช้โลกส่วนตัวอยู่บนหน้าจอต่าง ๆ จะทำให้มีผลกระทบต่อสายตาโดยตรง เรียกว่า โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome) และมีผลต่อทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในวัยเด็กจะมีปัญหาสายตาสั้นเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากใช้ไม่ถูกวิธี เด็กมักจะก้มดูหน้าจอใกล้มากระยะห่างประมาณครึ่งฟุต โดยเฉพาะหากเป็นโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากจอมีขนาดเล็กมาก จึงต้องมองในระยะใกล้ๆ เพื่อให้เห็นตัวหนังสือหรือภาพชัดเจนขึ้น ต้องใช้กล้ามเนื้อรอบดวงตาและประสาทตาในลักษณะเพ่งจอตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการดวงตาตึงเครียด ตาล้า ตาช้ำ ตาแดง แสบตา มองภาพได้ไม่ชัดเจน และมักจะเกิดอาการปวดศีรษะตามมา ซึ่งเป็นปัญหาที่ได้รับการปรึกษาจากผู้ปกครองอยู่บ่อย ๆ ข้อมูลล่าสุดนี้พบว่าเด็กอายุ 10-15 ปี เป็นกลุ่มที่มีปัญหาสายตาสั้นมากที่สุด
"ในประเทศที่มีการใช้คอมพิวเตอร์มาก ๆ เด็กจะมีสายตาสั้นในอัตราที่เพิ่มขึ้น จากการใช้แท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์มาก การปรับระดับ ระยะห่างของจอภาพไม่เหมาะสมกับสายตา หรือวางเมาส์ไม่ได้ระดับกับแขน ความสว่างของแสงไฟ การนั่งเล่นเป็นระยะเวลานาน และมีโอกาสสายตาสั้นเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 30 เกิดปัญหาในการเรียน มองไม่เห็นกระดานเรียนหน้าชั้นตามมา ส่งผลต่อการทำงานบางอาชีพที่ต้องใช้สายตาในอนาคต เช่นนักบิน ตำรวจ ทหาร" นพ.ฐานปนวงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ การใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ตอย่างถูกวิธี มีข้อแนะนำดังนี้ กรณีที่เป็นผู้ที่มีปัญหาทางด้านสายตาหรือมีสายตาผิดปกติอยู่แล้ว ควรเล่นไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง ไม่ควรเล่นในห้องมืด ๆ ควรปรับความสว่างให้มีความพอดีเท่ากับความสว่างของห้อง แสงไฟไม่ควรส่องจากด้านหลังเข้าหาจอ ปรับความคมชัดของจอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับ 70-80 เฮิร์ตซ์ หรือสูงสุดเท่าที่ยังรู้สึกว่าสบายตา การเลือกตัวหนังสือควรใช้ตัวหนังสือสีดำบนพื้นสีขาวเพื่อให้เห็นชัดเจน ไม่แนะนำให้ใช้พื้นสีเข้ม ตัวหนังสือสีขาวหรือสีอ่อน เพราะจะทำให้ต้องใช้สายตาเพ่งตัวหนังสือมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว บางคนต้องหรี่ตา เพื่อลดแสงเข้าตา หากเป็นจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ควรใช้แผ่นกรองแสงและดูแลทำความสะอาดหน้าจอไม่ให้มีฝุ่นเกาะติดเพื่อให้มองเห็นชัดเจน และควรนั่งเล่นในท่าที่ถูกต้องคือเหมือนนั่งอ่านหนังสือ ให้ระยะห่างของสายตากับแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์มือถือควรอยู่ห่างกันประมาณ 1-2 ฟุต - สำนักข่าวไทย

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

อย่าเชื่อ! อย.ยันเครื่องดื่มชูกำลังป้องกัน EV 71 ไม่ได้




อย.เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ ยัน ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังผสมน้ำผึ้งป้องกันเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ยารักษาโรค หากดื่มมากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
            จากกรณีที่มีข่าวแพร่สะพัดไปทั่วว่า ขณะนี้ชาวกัมพูชาต่างพากันซื้อเครื่องดื่มชูกำลังมาผสมกับน้ำผึ้งดื่ม โดยเชื่อว่าจะช่วยป้องกันเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 (EV 71) ซึ่งเป็นเชื้อตัวหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมือ เท้า ปาก ที่กำลังระบาดอย่างหนักในกัมพูชา รวมทั้งในประเทศไทยได้นั้น
            ล่าสุด วันนี้ (26 กรกฎาคม) ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ออกมาเตือนประชาชน ว่า อย่าหลงเชื่อข่าวลือดังกล่าว เนื่องจากเครื่องดื่มชูกำลัง หรือที่มีชื่อเรียกที่ถูกต้องว่า เครื่องดื่มผสมกาเฟอีน นั้น ไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เป็นอาหารควบคุมเฉพาะ ที่ต้องมีฉลากกำกับไว้ว่า "ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด เพราะหัวใจจะสั่น นอนไม่หลับ เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่ม ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อน" ดังนั้น การดื่มเครื่องดื่มชูกำลังจึงไม่สามารถป้องกัน หรือรักษาโรคใด ๆ ได้ทั้งสิ้น
            นอกจากนี้ ภญ.ศรีนวล ยังชี้แจงด้วยว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาอ้างอิง จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เพราะการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังซึ่งมีกาเฟอีนผสมมาก ๆ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เพราะกาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นการเต้นของหัวใจ และระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี หากดื่มเข้าไปจะเป็นอันตรายถึงชีวิต
            ทั้งนี้ ทาง อย.ได้ประสานงานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนของประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลกับผู้บริโภคแล้ว พร้อมกับเฝ้าระวังไม่ให้มีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ซึ่งหากประชาชนพบเห็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่หลอกลวงผู้บริโภค หรือโฆษณาเกินจริง สามารถแจ้งมายังสายด่วน อย. 1556 เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าวล่าสุดเด็กม.6 เอาเก้าอี้ฟาดหน้าป้่ายับ ยังเคยก่อคดี แทงเด็ก ม.5 อีก

  






 ศาลให้ประกันตัวเด็ก ม.6 ใช้เก้าอี้ฟาดหน้าแล้ว ด้านป้าผู้เสียหายเข้าแจ้งความเรียบร้อย ขณะที่มีรายงานว่าพบเหยื่ออีกรายถูกแทงลำคอกลางห้างสรรพสินค้า

            จากกรณีที่ นางสมจิตร พลายเนาว์ อายุ 51 ปี พนักงานบริษัททำความสะอาดบีซีเอส ที่ถูกวัยรุ่นใช้เก้าอี้ตีเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ ถูกถ่ายเป็นคลิปวิดีโอเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตจนกลายเป็นข่าวฉาวไปทั่วโลกนั้น ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน เจ้าของคดี ได้นำตัว นายเอ ( นามสมมุติ) เยาวชนอายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ส่งศาลเพื่อไต่สวนเกี่ยวกับการจับกุมของเจ้าพนักงานว่ากระทำโดยชอบหรือไม่นั้นในที่สุดศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว ด้วยวงเงิน 5,000 บาท โดยกำหนดให้นายเอ เดินทางมารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 10.00 น.

            ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ผู้ปกครองของนายกอล์ฟ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนชื่อดังเขตพระนคร ได้เข้าแจ้งความที่ สน.ปทุมวัน ว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน เวลาประมาณ 19.00 น. ขณะที่ลูกชายตนกับเพื่อนในกลุ่มกำลังเดินเล่นอยู่ภายในห้าง ก็พบนายเอกับเพื่อนอีกคนหนึ่งเดินสวนกันบนบันไดเลื่อน จากนั้นก็มีการพูดท้าทายกัน เนื่องจากเป็นเด็กต่างโรงเรียน

            ต่อมา ลูกชายตนจึงเดินไปแจ้งให้ รปภ.ทราบว่า ถูกนายเอข่มขู่ แต่ทาง รปภ.ของห้างไม่สนใจ หลังจากนั้นนายเอก็ย้อนวกกลับขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะควงอาวุธมีด พูดจาข่มขู่อีก ซึ่งลูกชายตนก็ขอโทษ เพราะไม่อยากมีเรื่อง นายเอก็ทำท่าเหมือนจะเก็บมีดไป แต่ขณะที่ลูกตนเดินแยกออกไปนั้น นายเอก็ชักมีดแทงเข้าที่ลำคอด้านซ้ายของลูกชายตนจนได้รับบาดเจ็บ ซี่งแพทย์แจ้งว่าบาดแผลนั้นห่างเส้นเลือดใหญ่ไปแค่ 2-3 มิลลิเมตร ตนจึงเดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ประสานไปยังผู้ปกครองพาตัวนายเอให้มาไกล่เกลี่ยกัน โดยฝ่ายคู่กรณีก็ยินยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับค่าทำขวัญให้ลูกชายตน ซึ่งฝ่ายตนก็ไม่อยากเอาเรื่อง เพราะคู่กรณีเรียนอยู่ชั้น ม.6 และกำลังจะจบการศึกษาแล้ว ส่วนเรื่องของคดีความนั้น ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไป

            ด้าน พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน กล่าวว่า ทราบเรื่องนี้แล้ว และกำลังให้ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี นำสำนวนมาตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากทางตำรวจยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า นายเอเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงเด็กนักเรียนต่างโรงเรียนด้วยหรือไม่ แต่ถ้าเป็นฝีมือของนายเอจริง ก็จะออกหมายเรียกเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บต่อไป

            อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันนี้ (26 กรกฎาคม) ที่ สน.ปทุมวัน นางสมจิตร ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ชนิทร ง่วนสน พนักงานสอบสวน (สบ1) สน.ปทุมวัน ก่อนเดินทางกลับบ้านเกิดที่ จ.ขอนแก่น ทั้งนี้ นางสมจิตร ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เวลา 19.00 น. ขณะที่ตนอยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้านพักหลังเลิกงาน ทันใดนั้นได้รู้สึกว่ามีสิ่งของมาติดกับรองเท้า จึงพยายามสลัดเท้าให้สิ่งของนั้นหลุดไป แต่สิ่งของดังกล่าวไม่หลุด จึงก้มลงดูพบว่าเป็นนาฬิกา จึงได้หยิบมาถือแล้วเดินต่อไป
            กระทั่งเดินมาเกือบถึงป้ายรถเมล์ หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาปทุมวัน มีเด็กนักเรียน 2 คน ถามตนว่าเก็บนาฬิกาได้ใช่ไหม แต่ตนหูไม่ค่อยดีเลยฟังไม่รู้เรื่อง เด็กคนหนึ่งจึงตบเข้าที่แก้มด้านซ้าย 1 ที ตนกลัวมากจึงเดินหนีไปที่หน้าป้ายรถเมล์ แต่เด็ก 2 คน ได้เดินตามมาอีก และถามว่าตนเก็บนาฬิกาได้ใช่ไหม ตนได้ยินเลยตอบกลับไปว่า นาฬิกาของหนุ่มเหรอ จากนั้นตนหยิบนาฬิกาออกจากกระเป๋าคืนให้ ก่อนเอ่ยปากว่า ถ้างั้นป้าขอค่ารถเมล์หน่อย จากนั้นเด็กคนเดิม ก็ได้ด่าว่า พร้อมกับใช้เก้าอี้พลาสติกฟาดเข้าที่หน้าจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

อุตุฯ ประกาศเตือนภัย พายุวีเซนเต ฉบับ 12 ฝนตกหนัก 20 จังหวัด




เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (25 ก.ค.55) พายุดีเปรสชัน “วีเซนเต” (VICENTE) บริเวณประเทศเวียดนามตอนบน  มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ด้วยความเร็วประมาณ 27 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนบนในระยะต่อไป
ลักษณะดังกล่าวจะส่งผลทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 25-27 กรกฎาคม 2555 บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม
ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ตามพื้นที่ราบลุ่ม ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก  ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
สำหรับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กบริเวณทะเล อันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย
ประกาศ ณ วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลา 11.30 น.
………………………………………….
สบอช.ประกาศเตือนภัยน้ำฝนและฝนตกหนัก 25 จังหวัด
สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ สบอช.ประกาศเตือนภัยน้ำฝนจำนวน 25 จังหวัด และมีอีก 22 จังหวัดที่ฝนตกหนักมาก และฝนหนักอีก 6 จังหวัด
โดยพื้นที่เตือนภัย คือ จ.เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ พะเยา ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา เพชรบูรณ์ ศรีสะเกษ สกลนคร หนองคาย อุบลราชธานี ยะลา นราธิวาส พังงา จันทบุรี ตราด ระยอง ให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก และพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วม และดินถล่มในระยะนี้

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ยิ้มสวยด้วยความมั่นใจ





คงสงสัยละซีว่า ชื่อเรื่องนี้จริงหรือไม่จริงอย่างไร สมมติว่ารูปหน้าคุณสุดสวย ปาก แก้ม คิ้ว คาง น่าดูไปหมดหนุ่มน้อยหนุ่มมากเห็นแล้วหัวใจจะหยุดเต้น แต่เวลายิ้มเธอต้องเอามือปิดปากทุกครั้งไป เผลอเมื่อไหร่หนุ่มเหล่านั้น เป็นหัวใจวายไปจริง ๆ เพราะตกใจในฟันหยินออกมานอกปาก ถ้าเป็นชายก็ไม่ต้องไปสักลายเสือให้คนกลัว เพราะ "ฟันไม่เข้า" อยู่แล้ว (เนื่องจากฟันยื่นออกมามาก)
ดังนั้นจะปล่อยให้ฟันมาทำลายความสวย ความหล่อและบุคลิกของคุณอยู่ทำไม การแพทย์เราเจริญไปไกลแล้ว เพียงแต่รวบรวมความกล้า ไม่กลัวหมอฟันซะอย่างเดียว   แล้วควรจะไปหาหมอฟันเมื่อไหร่ล่ะ
สมัยนี้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ได้รับคำแนะนำตั้งแต่ไปฝากครรภ์แล้ว พอลูกรักคลอดออกมา พ่อแม่ควรทะนุถนอมดูแลในปากตั้งแต่แรกเกิด ฟันน้ำนมจะเริ่มขึ้นอายุประมาณ 6 เดือนขึ้นไป คุณก็เริ่มพาลูกไปทำความคุ้นเคยกับหมอฟัน พออายุ 6 ปี ฟันแท้ซี่แรกจะเริ่มโผล่ขึ้นมาบ้างแล้ว ซี่อื่นก็จะทยอยตามขึ้นมา ซึ่งคุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำ และไปตรวจฟันทุก ๆ 6 เดือน เพื่อให้สุขภาพช่องปากดี แต่ถ้าเริ่มมีฟันที่ขึ้นแตกแถวไป หมอฟันก็จะช่วยได้ตั้งแต่แรก เป็นการป้องกันไม่ให้ฟันขึ้นผิดที่ผิดทาง และช่วยให้โครงสร้างใบหน้าปกติไม่เป็นปัญหายุ่งยากเมื่อโตขึ้น
แต่บางครั้งลูกน้อยเจ้าของฟันจะไม่สนใจ ฟันซ้อน ฟันเก ฟันเหยิน ฟันห่างของตนเองจนกว่าเริ่มเป็นหนุ่มเป็นสาวนั่นแหละ ก็ตั้งแต่อายุ 13 ปีขึ้นไป ซึ่งระยะนี้จะเป็นการแก้ไขบำบัดรักษาความผิดปกติของฟันบนฟันล่าง รวมถึงโครงสร้างใบหน้าให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกได้สัดส่วนของแต่ละคนเครื่องมือจัดฟันก็จะมากขึ้น ระยะเวลาก็จะนานขึ้นเหมือนกับไม้อ่อนดัดง่าย ไม่แก่ดัดยาก โดยเฉลี่ยแล้ว 18-24 เดือน   ฟันคุณอยู่ในข่ายต้องจัดหรือเปล่า
นอกจากฟันที่ขึ้นผิดตำแหน่งต่าง ๆ กันแล้ว โครงสร้างของกระดูกยังมีส่วนทำให้ลักษณะใบหน้าแตกต่างกัน โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 แบบ
1. ใบหน้าปกติ มีโครงสร้างใบหน้า และการสบฟัน (คือฟันบนกับฟันล่างเจอกัน) ปกติคุณโชคดีแล้ว ไม่ต้องเจอเครื่องมือจัดฟัน
2. ใบหน้าโค้งนูน คางหลุบ ดูจากด้านข้างใบหน้าจะเห็นได้ชัด ริมฝีปากบนอูม ฟันบนจะยื่นออก ขากรรไกรล่างจะล้ำเข้าใน
3. ใบหน้าเว้า คางยื่น ดูใบหน้าด้านข้าง ขากรรไกรล่างจะยื่นออกไปข้างหน้ามากกว่าปกติ   จะจัดฟันดีไหม
เรื่องสวยเรื่องหล่อขึ้นน่ะดีกว่าเดิมแน่นอน ยิ่มได้เต็มที่ เวลาคุยกับใครก็ไม่ต้องเอามือปิดปากอีกแล้ว อีกทั้งฟันที่เรียบเป็นระเบียบ ย่อมแปรงทำความสะอาดได้ง่ายกว่าฟันซ้อน ฟันเก กลิ่นปากก็สะอาด พูดจาประสาดอกไม้ได้สบาย นอกจากนั้นยังช่วยให้เคี้ยวอาหารได้ดี ป้องกันและแก้ไขความผิดปกติของหัวข้อต่อขากรรไกรที่อาจมีปัญหาภายหลังได้อีกด้วย
ทางที่ดีไปคุยรายละเอียดกับหมอจัดฟัน ซักถามทุกซอกฟัน ให้เข้าใจก่อนจึงตัดสินใจด้วยตนเอง เพราะความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอขณะจัดฟันมีความสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าเป็นเด็กเล็กการเอาใจใส่ดูแลของผู้ปกครองจะมีส่วนในความสำเร็จนี้ด้วย   ขั้นตอนการจัดฟัน
หมอจะถามประวัติสุขภาพทั่วไป ตรวจในปากอย่างละเอียด พิมพ์ฟันทำแบบจำลองจากในปาก ถ่ายรูปเอ็กซ์เรย์ ฯ เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนการรักษาและจะบอกคุณเมื่อนัดครั้งต่อไป ซึ่งคุณมีสิทธิ์ตัดสินใจอีกครั้งว่า จะจัดฟันหรือไม่ ถ้ามีฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือที่จำเป็นต้องทำอย่างอื่นก็จะต้องไปจัดการให้สุขภาพเหงือกและฟันดีซะก่อนที่จะเริ่มจัดฟันได้   คำถามทั่ว ๆ ไป ที่คุณคงอยากทราบ
- จัดฟันแล้วต้องมาพบหมอบ่อยไหม?
ประมาณ 3-4 อาทิตย์ต่อครั้ง
- เจ็บรึเปล่า?
มีบ้างเล็กน้อย ระยะแรกจะรู้สึกแปลก รำคาญเล็กน้อย ต้องอดทน แล้วแต่การปรับตัวเร็วช้าของแต่ละคนด้วยต่อไปก็จะชินไปเอง
- กินอาหารได้ทุกอย่างไหม?
ได้เกือบทุกอย่าง ยกเว้น อาหารแข็ง เหนียว เช่น หมากฝรั่ง แทะข้าวโพด ลูกกวาด ฯ
- แปรงฟันอย่างไร?
แน่นอน ต้องแปรงฟันหลังอาหารทุกมือ เพราะเศษอาหารจะติดฟัน และเครื่องมือได้ง่าย ถ้าไม่แปรงให้สะอาดฟันจะผุ เหงือกอักเสบ และมีกลิ่นปาก

อ่านใจจากสิ่งที่เธอเลือกซ่อมเป็นอย่างแรก



1.ซ่อมนาฬิกา
ถ้าเธอซ่อมนาฬิกาเป็นอย่างแรก  เป็นคนที่ใส่ใจในเรื่องของบุคลิกตัวเองเอามากๆ  เลยล่ะ  เธอมักจะเสียเวลา  และเงินทองไปกับการแต่งตัว  ซ็อปปิ้งเสื้อผ้า  และทกสวย  เธอพร้อมที่จะทำทุกอย่าง  ไม่ว่าจะเสียเงินหรือเจ็บตัวขนาดไหน  ขอให้เธอมีรูปร่างที่สวยพริ้งก็พอ
2.ซ่อมกระเป๋า
ถ้าของที่เธอเลือกซ่อมเป้นอย่างแรกก็คือกะเป๋าเอเป็นคนที่ค่อนข้างมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัวสูง  รักอิสระ  ไม่ชอบการถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ตัวเองไม้ได้เลิฟ  เช่น เธอไม่อยากเรียนวิชาอังกฤษ  เมื่อเธอโดนบังคับให้เรียน  เธอก็จะเรียนไปตามหน้าที่  ไม่สนใจที่ทำเกรดอะไรแบบนั้น
3.ซ่อมห้องนอน
ถ้าสิ่งแรกที่เธอซ่อมคือห้องนอน  เธอเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง  ไม่ค่อยสุสิงกับคนเยอะๆ  ยิ่งที่ไหนที่มีคนพรุกพล่านเธอจะไม่ไปโผ่ลที่นั้นเลยล่ะ  เธอรักความสงบ  ชอบที่จะอยู่คนเดียวและมีเพื่อนที่ไม่เยอะมากนัก  แต่คนที่เป็นเพื่อนย่อมผ่านการทดสอบแล้วว่ารู้ใจกันจริง  แต่ถ้ามีใครที่จะรักแกเอก็สู่ไม่ถอยเช่นกัน
4.ซ่อมรองเท้า
ถ้าของที่เธอซ่อมเป็นอย่างแรกคือรองเท้า  เธอเป็นคนข้างค่อนข้างประหยัด  ไม่จรถึงอารมณ์ขี้เหนียวในบางอารมร์  เธอมักจะคิดเรื่องเงินๆทองๆ  มาก่อนเรื่องอื่น  เวลาซื่อของ  เธอก็จะเลือกที่ของถูกไว้ก่อน  เวลาไปกินอาหาร  ก็จะเลือกเมนูที่ไม่แพงเอาไว้ก่อนเสมอเพราะถือว่า  อาหารกินไปแล้วกเดี๋ยวก็หายเข้าไปในท้องเอง  แต่ถ้าเอหลงใหลสิ่งใดขึ้นมาแล้วเธอก็จะทุ่มเทสุดตัวเพื่อสิ่งนั้น 
5.ซ่อมเสื้อผ้าและของใช้
ถ้าของที่เธอเลือกซ่อมเป็นอย่างแรกคือเสื้อผ้านั้นเป็นเสื้อผ้าและของใช้  เธอเป็นคนที่มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนสูง  เป็นสาวน้อยที่น่ารักที่แสนดีจะบอกบางและน่าปกป้อง  เธอมักจะมาคนที่จะมาดูแล  และปกป้องเธอ  คนที่จะผ่านเกณฑ์เธอนั้น  จะต้องเป็นสุภาพบุรุษสูง  แมนล้านเปอร์เซ็นต์
6.ซ่อมกลอนประตูหน้าต่าง
ถ้าของที่เลือกซ่อมเป็นอย่างแรกคือกลอนประตู  หน้าต่าง  เธอเป็นคนที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินตัวเสมอทุกอย่างสำหรับเธอต้องเป็นเหตุเป็นผล  จะทำในสิ่งที่มีเหตุผลรองรับเพียงพอเท่านั้น  ส่วนอะไรที่ทำเพราะอารมณ์เธอจะไม่ค่อยเลือก  ไม่ค่อยสนใจในเรื่องของความรู้สึกเท่าไหร่  จะแสดงความรักด้วยการซื้อของให้มากกว่าการบอกรัก
7.ซ่อมรั้วบ้าน
ถ้าของที่เธอเลือกซ่อมเป็นอย่างแรกคือรั้วบ้าน  เอเป็นคนที่มักทำการใหญ่เอาไว้ก่อนเสมอ  เป็นคนสุดโง  ไม่มีทำอะไรแบบกลางๆหรอก  เธอค่อนข้างจะจริงจังกับชีวิตทำให้เธอไม่ค่อยมีอารมณ์ขำเท่าไหร่  บางทีคนรอบตัวอาจจะอึดอัดในบางครั้ง  เพราะเธอจริงจังไปหมดทุกอย่าง
8.ซ่อมก๊อกน้ำและสวิตไฟฟ้า
ถ้าเธอเลือกที่จะซ่อมเป็นอย่างแรกคือก๊อกน้ำ  และสวิตไฟ  เธอเป็นคนที่ค่อยข้างจะออกแนวห้าวๆ  นิดๆ  หรือไม่ก็เป็นผู้หญิงที่รักความสนุกสนาน  สบายๆเหมือนผู้ชาย  เธอเป็นคนที่เฮไหนเฮกัน  ไปไหนไหกัน  เธอถือคติที่ว่าเกิดมาทั้งชีวิตแล้วต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่า 
9.ซ่อมรอบขีดเขียนและคราบสกปรกบนผนัง
ถ้านิ่งที่เธอเลือกเป็นสิ่งแรกที่จะซ่อมคือ  รอยขีดเขียนหรือคราบสกปรกบนผนัง  เธอเป็นคนที่มีความเป็นระเบียบวินัยอย่าง  เธอมักจะมีการวางแมนไว้ล่วงหน้าอย่าเป็นระบบอยู่เสมอ  ทำให้เธอสามารถทำสิ่งต่างๆได้ดี  เพราะรู้จักจัดระบบให้ตังเอง  และสามารถที่จะควบคุมตัวเองไม่ให้หลุดกรอบได้  เธอสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตอยู่เป็นประจำ  และเธอมีความเป็นผู้ใหญ่เกินตัว  เธอจึงมักที่จะให้เป็นผู้นำ
10.ซ่อมห้องครัวและอุปกรณ์ครัว
ถ้าของที่เธอจะซ่อมนั้นเป็น ห้องครัวและอุปกรณ์ครัว  เธอนั้นเป็นคนที่มีความน่ารัก  สดใส  และเป็นผู้นำได้  เธอจะทำด้วยตัวเองโดยที่ไม่พึ่งใคร  ยกเว้นแต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ  นั้นเอง  ซึ่งนับดูแล้วเธอจะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นน้อยมากๆ  เธอเป็นผู้หญิงที่เก่ง  สามารถทำอะไรต่างๆได้เท่ากับผู้ชาย  เธอเป็นคนที่จิตใจดี  ทำให้เธอมีเสน่ห์และมีคนตามจับมากมาย

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เสี่ยรับเหมาข่มขืนแม่-ลูก มาราธอน 9 ปี


     


(22 ก.ค.) พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยางผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ผกก.สภ.บางพลี พร้อม นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ร่วมกันแถลงจับกุมตัว นายมนต์ชัย เชื้อสุข อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ 7 ต.บ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ผู้ต้องหาข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.ออย (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี และ นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี สองแม่ลูกผู้เสียหาย
สอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้ นางเอ ผู้เสียหาย ได้เคยผ่านการแต่งงานกับอดีตสามี จนกระทั่งมีบุตรสาวคือ น.ส.ออย ก่อนจะแยกทางกับอดีตสามีแล้วไปคบหากับ นายมนต์ชัย ผู้ต้องหา ซึ่งมีอาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง กระทั่งปี 2551 นางเอ ทนพฤติกรรมนายมนต์ชัยไม่ไหว จึงได้หลบหนีไปอยู่บ้านญาติที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ยังถูกนายมนต์ชัย ผู้ต้องหายังคงรังควานและข่มขู่เรื่องต่างๆ นานา
กระทั่งวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา น.ส.ออย บุตรสาว พร้อม นางเอ มารดา ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี ว่าทั้งสองถูกนายมนต์ชัย กระทำการข่มขืน พร้อมถ่ายคลิปขณะร่วมเพศ หากผู้เสียหายไม่ยินยอมจะนำไปเผยแพร่ นอกจากนี้ ยังมีการชักชวนเพื่อนร่วมข่มขืนพร้อมคลิปไว้แบล็กเมล์อีกด้วย

ทั้งนี้ น.ส.ออย ให้การว่าได้ถูกนายมนต์ชัย ข่มขืนมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ จนถึงปัจจุบัน จากนั้นผู้เสียหายทั้งสอง ได้เข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอหมายศาลจังหวัด ที่ 505/2555 ลงวันที่17 กรกฎาคม โดยได้วางแผนจับกุมตัวนายมนต์ชัย ได้ที่หน้า สภ.บางพลี เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา กระทำการชำเราข่มขืนเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี เพื่ออนาจาร กักขังหนวงเหนี่ยวไปจากผู้ปกครอง โดยนายมนต์ชัย ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้รับสารภาพกระทำการข่มขืน น.ส.ออยจริง ตอนผู้เสียหายอายุได้ 18 ปี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป